หน้าแรก


ปฏิทินกิจกรรม


ไฟล์ล่าสุด

  • google classroom.pdf   2451กิโลไบต์ - 25 ส.ค. 2559 22:21 โดย comsit samlee (เวอร์ชัน 2)
  • gg_classroom.pdf   1963กิโลไบต์ - 25 ส.ค. 2559 22:21 โดย comsit samlee (เวอร์ชัน 2)
  • esmartclassroom.pdf   2341กิโลไบต์ - 25 ส.ค. 2559 22:21 โดย comsit samlee (เวอร์ชัน 2)
  • durable_goods.pdf   255กิโลไบต์ - 25 ส.ค. 2559 22:21 โดย comsit samlee (เวอร์ชัน 2)
  • sangfor-fw-report-20160721171954.pdf   390กิโลไบต์ - 21 ก.ค. 2559 02:20 โดย comsit samlee (เวอร์ชัน 2)
แสดง 5 ไฟล์จากหน้า Documents

Comments



ทิปไอที

ข่าวล่าสุด

แสดงบทความ 1 - 5 จาก 27 รายการ ดูเพิ่มเติม »

Enterprise Wi-Fi แตกต่างจาก Wi-Fi ทั่วๆ ไป

โพสต์21 ส.ค. 2559 19:58โดยcomsit samlee

1. บริหารจัดการได้จากศูนย์กลางผ่าน Wireless Controller หรือเทคโนโลยีอื่นๆ

Wireless Controller ได้กลายเป็นหัวใจหลักของระบบ Enterprise Wi-Fi มาต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการ Wireless Access Point ทั้งหมด, การกำหนดการยืนยันตัวตน, การกำหนดนโยบายความปลอดภัย, การติดตามการทำงานของระบบ Wi-Fi และอื่นๆ จนปัจจุบันระบบ Wireless Controller ได้ถูกต่อยอดมานำเสนอในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำ Wireless Access Point มาทำหน้าที่แทน Wireless Controller (ตัวอย่างเช่น Aruba Instant) หรือมีระบบ Cloud Controller (ตัวอย่างเช่น Aruba Central) ทำให้สามารถรองรับรูปแบบของธุรกิจได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น

Wireless Controller กลายเป็นศูนย์รวมของทุกอย่างของระบบ Wi-Fi ระดับองค์กร โดยรองรับการควบคุม Wireless Access Point ตั้งแต่ต่ำกว่า 10 เครื่องไปจนถึงหลายหมื่นเครื่อง และทำการติดตามการทำงานและบริหารจัดการการตั้งค่าการกระจายคลื่นสัญญาณ, การยืนยันตัวตน, ความปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมายได้จากศูนย์กลาง ทำให้การดูแลรักษาระบบ Wi-Fi สำหรับ Access Point จำนวนมากเป็นไปได้อย่างมีระบบ

2. สามารถใช้งานในระบบเครือข่ายระดับองค์กรได้

ด้วยการรองรับทั้งการทำ VLAN และการกำหนด QoS ได้ ก็ทำให้สามารถทำงานร่วมกับระบบ Switch ที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ Enterprise Wi-Fi ยังมีความสามารถในการทำ Authentication, Authorization และ Accounting อย่างครบถ้วน ทำให้สามารถตอบโจทย์ทางด้านการยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของกฎหมายได้ อีกทั้งยังรองรับการสร้าง SSID สำหรับ Guest โดยเฉพาะได้อีกด้วย

ในของการติดตั้ง Access Point ระดับ Enterprise ก็มักจะรองรับการจ่ายไฟแบบ Power over Ehternt (PoE) ทำให้สามารถประหยัดการเดินสายได้ ด้วยการจ่ายไฟผ่านสาย LAN ไปยัง Access Point ได้เลย

3. มีความสามารถในการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย

Enterprise Wi-Fi ส่วนใหญ่จะสามารถทำการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงและใช้งานระบบเครือข่าย สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนให้แตกต่างกันได้ รวมถึงยังสามารถทำการเข้ารหัส Traffic ของผู้ใช้งานทำให้ไม่สามารถถูกดักฟังได้ อีกทั้งยังมีระบบสำหรับตรวจจับและยับยั้งการโจมตีระบบเครือข่ายไร้สาย ทำให้มีความปลอดภัยครอบคลุมสำหรับการปกป้องระบบเครือข่ายขององค์กร

4. มีความเสถียรในการใช้งานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานาน

ด้วยการออกแบบให้ Access Point สามารถเปิดใช้งานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ต้องทำการ Restart และผู้ใช้งานสามารถทำการ Roaming ข้าม Wireless Access Point ได้โดยสัญญาณไม่ขาด ทำให้การนำ Enterprise Wi-Fi ไปใช้งานสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในแง่ของความเสถียรและความคล่องตัวในการทำงาน

5. รองรับการใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์

Access Point ระดับองค์กรส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับผู้ใช้งานที่ทำการเชื่อมต่อพร้อมๆ กันได้ตั้งแต่ 25 – 50 คนหรือมากกว่าได้ตามแต่อุปกรณ์ และมีผลการทดสอบให้นำไปอ้างอิงได้ จึงสามารถนำไปใช้ออกแบบระบบ Wi-Fi สำหรับห้องประชุมได้ อีกทั้งยังมีรุ่นที่เป็นทั้ง Indoor, Outdoor หรือเปลี่ยน Antenna ได้ ทำให้รองรับการนำไปใช้งานในหลากหลายสถานที่

นอกจากนี้ Enterprise Wi-Fi ส่วนใหญ่ยังรองรับการทำ Point-to-Point หรือ Mesh เพื่อให้การออกแบบระบบ Wi-Fi มีความยืดหยุ่นสูงสุดอีกด้วย

6. ต่อยอดได้ด้วยระบบ Wi-Fi Analytics

ด้วยความสามารถในการติดตาม Location และการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน API บน Wireless Controller ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ เพื่อสร้างระบบ Wi-Fi Analytics เช่นระบบ Loyalty Program สำหรับร้านค้าแบรนด์ หรือระบบติดตามพฤติกรรมลูกค้า เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ สามารถนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ได้อย่างถูกต้อง

ทั้งหมดนี้คือความสามารถพื้นฐานที่ระบบ Wi-Fi ระดับองค์กรสามารถทำได้ จะเห็นได้ว่าแทบทุกความสามารถนั้นออกมาเพื่อตอบรับความต้องการสำหรับองค์กรจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความทนทาน, ความปลอดภัย, การติดตั้ง, การบริหารจัดการ และการรองรับ Access Point จำนวนมากได้ภายในระบบเดียว


แผนที่การวางเครือข่ายเน็คเวิร์ค

โพสต์22 ก.ค. 2559 20:12โดยcomsit samlee

ตำแน่งเดินสาย Fiber optic

โพสต์17 ก.ค. 2559 05:32โดยcomsit samlee   [ อัปเดต 22 ก.ค. 2559 00:19 ]

เครื่องมือ Open Source สำหรับ Monitor ระดับเทพ

โพสต์13 ก.ค. 2559 02:43โดยcomsit samlee

 เครื่องมือ Open Source สำหรับ Monitor ระดับเทพ

December 17, 2014 Cloud and SystemsIT KnowledgeIT ToolsNetwork ManagementNetworking

โปรแกรมสำหรับติดตามการใช้งานระบบเครือข่ายและระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตรวจสอบการใช้งานเซิฟเวอร์, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค หรือแม้แต่แอพพลิเคชัน บางโปรแกรมสามารถดูได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งาน แนวโน้ม และวิเคราะห์เชิงสถิติได้ หรือบางโปรแกรมเองก็สามารถส่งเสียงหรือแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติ บทความนี้จึงได้รวบรวมเครื่องมือ Open Source สำหรับ Monitor เจ๋งๆมาฝากกันครับ

1. Cacti

Cacti เป็นเครื่องมือสำหรับแสดงผลประสิทธิภาพและแนวโน้มในรูปแบบของกราฟ ซึ่งสามารถใช้ติดตามการใช้งานต่างๆตั้งแต่ Disk Utilization ไปจนถึงความเร็วการหมุนของพัดลมในแหล่งจ่ายไฟ (ถ้าสามารถดูได้ Cacti ก็สามารถติดตามการใช้ได้เช่นกัน)

monitoring_tool_1

2. Nagios

Nagios เป็นโปรแกรมสำหรับติดตามระบบ IT Infrastructure จุดเด่น คือ มีความเร็วสูง, เชื่อถือได้ และสามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยระบุปัญหาได้ก่อนที่มันจะเกิด รวมทั้งสามารถตรวจสอบภัยอันตรายที่เกิดขึ้นกับระบบ IT ได้

monitoring_tool_2

3. Icinga

Icinga ถือว่าเป็นตัวลูกของ Nagios ก็ว่าได้ โดยมีการพัฒนา GUI ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น สามารถมอนิเตอร์ระบบเครือข่ายได้โดยละเอียด และมีระบบแจ้งเตือนเหตุการณ์ Icinga 1 มีความคล้ายคลึงกับ Nagios เป็นอย่างมาก ส่วน Icinga 2 ถูกปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้งาน Nagios สามารถ Migrate ไปใช้ Icinga 1 ได้ทันที

monitoring_tool_3

4. Nedi

Nedi อาจจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่ากับเครื่องมือตัวอื่นๆ แต่ถือว่าเป็นหนึ่งในโซลูชันชั้นเยี่ยมสำหรับติดตามอุปกรณ์ข้ามระบบเครือข่าย ฟีเจอร์เด่น คือ สามารถติดตามระบบ IT Infrastructure และ Catalogs Devices โดยจัดทำเป็นแผนภาพการเชื่อมต่อได้จนถึงระดับพอร์ทที่ใช้งาน รวมทั้งตรวจดูทุกสิ่งทุกอย่างที่มันค้นพบ นอกจากนี้ Nedi ยังสามารถให้ข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ทั้งปัจจุบัน และในอดีตได้

Nedi สามารถใช้เพื่อระบุตำแหน่งอุปกรณ์ที่ทำหายหรือถูกขโมยได้ โดยตั้งให้แจ้งเตือนเมื่อพบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

monitoring_tool_4

5. Observium

Observium รวมการมอนิเตอร์ระบบและเครือข่ายเข้าด้วยกันกับการติดตามประสิทธิภาพ Observium สามารถค้นหาอุปกรณ์เน็ตเวิร์คและเซิฟเวอร์ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Cisco, Linux, HP, Juniper, Netscaler และอื่นๆ รวมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะของแต่ละอุปกรณ์ได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ Web UI ยังดูเรียบร้อย เข้าใจง่าย และไม่รกหูรกตา

monitoring_tool_5

6. Zabbix

Zabix สามารถติดตามการใช้งานของเซิฟเวอร์และระบบเครือข่ายผ่านทาง Zabbix Agent ซึ่งรองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย หรือใช้วิธีตรวจสอบปกติที่ไม่ต้องติดตั้ง Agent ก็ได้เช่นกัน เช่น SNMP เป็นต้น Zabbix ยังรองรับการแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ที่สนใจ รวมทั้งสามารถปรับแต่ง Web UI ตามความต้องการได้ นอกจากนี้ Zabbix ยังมีเครื่องมือที่ใช้มอนิเตอร์ Web Application และ Hypervisor ได้ด้วยเช่นกัน

อีกจุดเด่นที่สำคัญ คือ Zabbix สามารถแสดงแผนภาพการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ที่สนใจ พร้อมระบุรายละเอียดของอุปกรณ์ดังกล่าวได้

monitoring_tool_6

7. Ntopng

Ntopng เป็นเครื่องมือ Probe ทราฟฟิค ที่มาพร้อมกับ Web UI ที่สวยงาม สะอาดตา ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลทราฟฟิคของระบบเครือข่ายได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งสามารถจัดเรียงวิธีการแสดงผลข้อมูลได้ตามความต้องการอีกด้วย Ntopng รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Unix-based, Mac OS X และ Windows

monitoring_tool_7

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/2686794/asset-management/164219-7-killer-open-source-monitoring-tools.html

Network Diagram B1F1A

โพสต์18 มิ.ย. 2559 12:20โดยcomsit samlee   [ อัปเดต 5 ก.ค. 2559 18:46 ]


V-Lan

โพสต์13 มิ.ย. 2559 07:12โดยcomsit samlee   [ อัปเดต 15 มิ.ย. 2559 21:16 ]


IP Camera map

โพสต์13 มิ.ย. 2559 03:29โดยcomsit samlee   [ อัปเดต 13 มิ.ย. 2559 03:31 ]

อาคารและสิ่งก่อสร้าง วสส.ชลบุรี

โพสต์12 มิ.ย. 2559 01:52โดยcomsit samlee   [ อัปเดต 17 ก.ค. 2559 05:34 ]

1-10 of 11